ตัวเลขคาร์บอนทุกตัวเกิดจากสมการเดียว: ข้อมูลกิจกรรม × ค่าการปล่อย — ครึ่งหลังของสมการนี้คือจุดที่รายงานส่วนใหญ่ถูกตีกลับ
ค่าการปล่อย (Emission Factor — EF) คือตัวคูณที่แปลงข้อมูลกิจกรรม เช่น ลิตรน้ำมัน หน่วยไฟฟ้า กิโลเมตรขนส่ง ให้เป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจก ทุกตัวเลขในรายงานคาร์บอนล้วนเกิดจากสมการ "ข้อมูลกิจกรรม × EF"
EF ไม่ใช่ค่าคงที่สากล
EF ของไฟฟ้าไทยต่างจากของอังกฤษ EF ของ อบก. อัปเดตเป็นรอบ ๆ และค่าเก่า-ใหม่ต่างกันได้หลายเปอร์เซ็นต์ — รายงานที่ใช้ EF โดยไม่ระบุว่ามาจากแหล่งไหน (TGO / DEFRA / IPCC) และเวอร์ชันใด จึงถูกผู้ทวนสอบตีกลับเป็นอันดับต้น ๆ
Tier ของข้อมูล — จากค่าเฉลี่ยสู่ค่าจริงขององค์กร
Tier 1 คือ EF มาตรฐานจากฐานข้อมูลกลาง, Tier 2 ปรับตามบริบทประเทศหรืออุตสาหกรรม, Tier 3 คือค่าที่วัดจริงจากกระบวนการขององค์กรเอง ยิ่ง tier สูงรายงานยิ่งแม่น และผู้ทวนสอบยิ่งเชื่อถือ — องค์กรที่มีกระบวนการเฉพาะควรพัฒนา Custom EF ของตัวเอง
ใน GCarbon
ฐาน EF ในระบบมาจาก TGO / DEFRA / IPCC พร้อม source และ version กำกับทุกค่า ระบบกรอง EF ที่เหมาะสมให้ตามประเภทกิจกรรมและ Scope รองรับ Custom EF Tier 2/3 และเมื่อชุด EF อัปเดต ระบบ recalculate ย้อนหลังได้โดยเก็บประวัติค่าเดิมไว้ครบ
“EF ที่ไม่มี source กับ version ก็เหมือนใบเสร็จที่ไม่มีวันที่ — ใช้อ้างอิงไม่ได้”
จัดการอย่างไรเมื่อ EF อัปเดตกลางปี
เมื่อ อบก. หรือ DEFRA ประกาศชุดค่าใหม่ระหว่างรอบรายงาน องค์กรมีสองทางเลือกที่ถูกต้อง: ใช้ชุดเดิมตลอดรอบเพื่อความสม่ำเสมอ แล้วเปลี่ยนพร้อมรอบใหม่ หรือเปลี่ยนกลางรอบพร้อม recalculate ย้อนหลังทั้งชุด — ที่ผิดคือการใช้สองชุดปนกันในรอบเดียว ระบบที่ผูก EF กับเวอร์ชันในทุกรายการจะทำให้ทั้งสองทางเลือกเป็นเรื่องกดปุ่มเดียว
เมื่อไหร่ควรลงทุนทำ Custom EF
ถ้ากระบวนการขององค์กรต่างจากค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมมาก เช่น ใช้เชื้อเพลิงผสมสูตรเฉพาะ หรือมีระบบบำบัดที่ออกแบบเอง — ค่า Tier 1 จะทำให้รายงานเพี้ยนอย่างเป็นระบบ การวัดจริงเพื่อสร้าง Custom EF Tier 3 ใช้ต้นทุนครั้งเดียวแต่ยกความแม่นทั้งรายงาน และมักคุ้มทันทีเมื่อแหล่งปล่อยนั้นเป็นสัดส่วนใหญ่ของ Scope 1
ทีมงาน GCarbon
ผู้เชี่ยวชาญบัญชีคาร์บอน



