ทำไมมาตรฐานสากลถึงบังคับนับก๊าซถึง 7 ชนิด ทั้งที่คนส่วนใหญ่รู้จักแค่ CO₂? เพราะก๊าซที่เหลือแม้ปริมาณน้อยกว่า แต่ทรงพลังกว่าหลายสิบถึงหลายหมื่นเท่า
บัญชีคาร์บอนระดับองค์กรไม่ได้นับเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ มาตรฐานสากลกำหนดให้ครอบคลุมก๊าซเรือนกระจก 7 ชนิด ได้แก่ CO₂, CH₄ (มีเทน), N₂O (ไนตรัสออกไซด์), HFCs, PFCs, SF₆ และ NF₃
GWP — ตัวคูณที่ทำให้เทียบกันได้
ก๊าซแต่ละชนิดกักเก็บความร้อนไม่เท่ากัน ค่า Global Warming Potential (GWP) จาก IPCC AR5 คือตัวคูณที่แปลงทุกก๊าซให้อยู่ในหน่วยเดียวกันคือ CO₂ เทียบเท่า (CO₂e) เช่น มีเทนมี GWP ประมาณ 28 — ปล่อยมีเทน 1 ตันจึงเท่ากับ CO₂ 28 ตัน ส่วน SF₆ ที่ใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงมี GWP สูงถึงหลักหมื่น
แหล่งปล่อยที่มาพร้อมก๊าซหลายชนิด
การเผาไหม้เชื้อเพลิงหนึ่งครั้งปล่อยทั้ง CO₂, CH₄ และ N₂O พร้อมกัน — ระบบบัญชีที่ดีต้องแยกคำนวณรายก๊าซคูณ GWP ของแต่ละชนิดแล้วจึงรวม ไม่ใช่ใช้ค่าเหมารวมก้อนเดียว นอกจากนี้มาตรฐาน ISO 14064-1 ยังให้แยก biogenic CO₂ (จากชีวมวล) ออกจากยอด gross ด้วย
ใน GCarbon
ทุกการบันทึกกิจกรรมระบบจะคำนวณครบทั้ง 7 ก๊าซโดยอัตโนมัติตามชุด GWP ของ IPCC AR5 แสดงผลแยกรายก๊าซและสรุปเป็น kg CO₂e พร้อมแยก biogenic ตามมาตรฐาน — ผู้ใช้ไม่ต้องจำตัวคูณเอง
“ก๊าซที่ปริมาณน้อยที่สุดในรายงาน อาจเป็นตัวเลขที่ใหญ่ที่สุดหลังคูณ GWP”
เมื่อ GWP เปลี่ยนเวอร์ชัน ตัวเลขก็เปลี่ยน
ค่า GWP ถูกปรับปรุงทุกรอบรายงานของ IPCC — มีเทนเคยใช้ 25 ในยุค AR4 เป็น 28 ใน AR5 และปรับอีกใน AR6 องค์กรที่รายงานต่อเนื่องหลายปีต้องระบุชัดว่ารายงานแต่ละฉบับใช้ชุดไหน และเมื่อมาตรฐานที่อ้างอิง (เช่น TGO) ประกาศเปลี่ยนชุด GWP ระบบต้อง recalculate ย้อนหลังได้โดยไม่ทำให้ประวัติเดิมหาย
ก๊าซไหนซ่อนอยู่ในกิจกรรมอะไร
HFCs ซ่อนอยู่ในระบบปรับอากาศและตู้แช่ทุกตัว SF₆ อยู่ในสวิตช์เกียร์ไฟฟ้าแรงสูงของโรงงานและอาคารใหญ่ N₂O มากับปุ๋ยไนโตรเจนและการเผาไหม้ ส่วน CH₄ มาจากบ่อเกรอะ หลุมฝังกลบ และการหมักทุกรูปแบบ — องค์กรที่รู้จักแผนที่นี้จะรู้ทันทีว่าควรไปเก็บข้อมูลจากใครและเอกสารอะไร
ทีมงาน GCarbon
ผู้เชี่ยวชาญบัญชีคาร์บอน



