ข้ามไปเนื้อหาหลัก
GCarbon
How-to

Scope 1-2-3 ต่างกันอย่างไร เริ่มเก็บข้อมูลจากตรงไหนดี

ทีมงาน GCarbon15 กรกฎาคม 2569อ่าน 6 นาที
Scope 1-2-3 ต่างกันอย่างไร เริ่มเก็บข้อมูลจากตรงไหนดี

Scope 1-2-3 คือภาษากลางของบัญชีคาร์บอนทั่วโลก — เข้าใจสามคำนี้ให้ชัด แล้วการวางแผนเก็บข้อมูลทั้งองค์กรจะง่ายขึ้นทันที

การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรแบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 ขอบเขต (Scope) ตาม GHG Protocol

Scope 1 — การปล่อยทางตรง

เชื้อเพลิงที่องค์กรเผาไหม้เอง เช่น น้ำมันรถยนต์บริษัท เครื่องจักร หม้อไอน้ำ รวมถึงสารทำความเย็นที่รั่วซึม บ่อเกรอะ และปุ๋ยเคมี — เอกสารต้นทางคือใบเสร็จน้ำมัน ใบบริการเติมน้ำยาแอร์ และบันทึกการใช้งาน

Scope 2 — พลังงานที่ซื้อ

ไฟฟ้า ไอน้ำ และความเย็นที่ซื้อจากภายนอก — ใช้บิลการไฟฟ้ารายเดือนเป็นหลัก หากมีใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) สามารถใช้ค่า market-based ได้

Scope 3 — การปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ

ครอบคลุม 15 หมวด ตั้งแต่สินค้าที่จัดซื้อ การเดินทางของพนักงาน ไปจนถึงการกำจัดสินค้าหลังใช้งาน — เป็นส่วนที่ต้องประสานหลายฝ่ายมากที่สุด

เริ่มจากเอกสารที่มีอยู่แล้วในองค์กร — บิลไฟฟ้ากับใบเสร็จน้ำมันคือครูที่ดีที่สุดของปีแรก
หลักการเริ่มต้นเก็บข้อมูลคาร์บอน

คำแนะนำในการเริ่มต้น

เริ่มจาก Scope 1–2 ที่มีเอกสารครบก่อน แล้วขยายไป Scope 3 ทีละหมวดตามนัยสำคัญ — และรวบรวมข้อมูลเป็นรายเดือนตั้งแต่ต้นปี จะเหนื่อยน้อยกว่าย้อนเก็บทีเดียวตอนปลายปีมาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในปีแรก

องค์กรจำนวนมากพยายามเก็บให้ครบทุกหมวดตั้งแต่ต้น แล้วจบด้วยข้อมูลที่ไม่ครบสักหมวด — แนวทางที่ได้ผลกว่าคือทำ Scope 1-2 ให้สมบูรณ์และตรวจสอบได้ก่อน เพราะสองหมวดนี้มีเอกสารการเงินรองรับอยู่แล้ว อีกข้อที่พบบ่อยคือการนับซ้ำ เช่น น้ำมันของรถที่เช่ามาอาจเป็น Scope 1 หรือ Scope 3 ขึ้นกับขอบเขตการควบคุม — ต้องกำหนด organizational boundary ให้ชัดตั้งแต่แรก

ระบบช่วยอะไรได้ในแต่ละ Scope

Scope 1 ระบบช่วยเรื่องโมเดลเฉพาะทาง (สารทำความเย็น บ่อเกรอะ) และการกันรายการซ้ำ · Scope 2 ช่วยคำนวณคู่ location/market-based พร้อมจัดการ REC · Scope 3 ช่วยด้วยแบบสำรวจการเดินทาง เทมเพลตข้อมูลคู่ค้า และการประเมิน materiality — ทุก Scope ใช้ตรรกะเดียวกัน รวมเป็นรายงานชุดเดียวได้ทันที

แชร์บทความนี้LINEFacebookX
GC

ทีมงาน GCarbon

ผู้เชี่ยวชาญบัญชีคาร์บอน