Scope 3 มักคิดเป็น 70-90% ของฟุตพริ้นท์ทั้งองค์กร แต่ก็เป็นหมวดที่เก็บยากที่สุด — กุญแจไม่ใช่ความขยัน แต่คือการเลือกเก็บให้ถูกหมวดถูกลำดับ
Scope 3 คือการปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า — ตั้งแต่วัตถุดิบที่ซื้อ การขนส่ง การเดินทางพนักงาน ไปจนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์ GHG Protocol แบ่งเป็น 15 หมวด และมักเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของฟุตพริ้นท์ทั้งองค์กร
อย่าพยายามเก็บครบ 15 หมวดตั้งแต่ปีแรก
หลักการที่มาตรฐานแนะนำคือ materiality — ประเมินก่อนว่าหมวดไหน "มีนัยสำคัญ" กับธุรกิจของเรา โรงงานผลิตมักหนักที่หมวด 1 (สินค้าและบริการที่ซื้อ) และหมวด 4/9 (ขนส่งขาเข้า-ขาออก) ส่วนธุรกิจบริการมักหนักที่หมวด 6 (เดินทางเพื่อธุรกิจ) และหมวด 7 (การเดินทางของพนักงาน)
ลำดับที่ใช้ได้จริง
- ปีแรก: เก็บ Scope 1–2 ให้แน่น + ประเมิน materiality ของ Scope 3
- ปีที่สอง: เริ่ม 3–4 หมวดที่ใหญ่และมีข้อมูลอยู่แล้ว เช่น การเดินทางพนักงาน (ข้อมูล HR) ขนส่ง (ข้อมูลจัดซื้อ)
- ปีถัดไป: ขยายเป็นหมวดที่ต้องขอข้อมูลจากคู่ค้า
ใน GCarbon
ระบบครอบคลุมทั้ง 15 หมวดของ Scope 3 มีโมเดลคำนวณเฉพาะทาง เช่น การเดินทางของพนักงาน (แยกโหมดเดินทาง) และกระดาษต่อหัว พร้อมแดชบอร์ดที่ชี้ว่าหมวดใดคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ — ช่วยจัดลำดับความสำคัญด้วยข้อมูลจริง
“เก็บ 4 หมวดที่ใหญ่จริงให้แม่น ดีกว่าเก็บ 15 หมวดแบบเดา”
เครื่องมือประเมิน materiality อย่างเร็ว
เริ่มจาก spend-based screening — ใช้มูลค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทคูณ EF เฉลี่ยของอุตสาหกรรม เพื่อประมาณว่าหมวดไหนน่าจะใหญ่ วิธีนี้ความแม่นต่ำแต่เร็วพอสำหรับจัดลำดับ จากนั้นค่อยลงลึกเก็บข้อมูลจริง (activity-based) เฉพาะหมวดที่ติดอันดับ — มาตรฐานยอมรับการผสมสองวิธีนี้ ตราบใดที่เปิดเผยชัดว่าหมวดไหนใช้วิธีไหน
การขอข้อมูลจากคู่ค้าให้ได้ผล
หมวดที่ต้องพึ่งคู่ค้า (เช่น purchased goods) ควรเริ่มจากซัพพลายเออร์รายใหญ่ 10-20 รายแรกที่ครอบคลุมมูลค่าซื้อส่วนใหญ่ ส่งเทมเพลตที่กรอกง่ายและถามเฉพาะที่จำเป็น — คู่ค้าที่มี CFO ของตัวเองแล้วให้ข้อมูล allocation ได้เลย ส่วนรายที่ยังไม่มี การถามถึงชนิดพลังงานและปริมาณการผลิตก็เพียงพอสำหรับประมาณการที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
ทีมงาน GCarbon
ผู้เชี่ยวชาญบัญชีคาร์บอน



