ไฟฟ้าคือหมวดการปล่อยที่ใหญ่ที่สุดขององค์กรไทยส่วนใหญ่ — และเป็นหมวดเดียวที่มาตรฐานให้รายงานสองวิธีคู่กัน ซึ่งเปิดโอกาสให้การลงทุนพลังงานสะอาดปรากฏบนรายงานจริง
การปล่อยจากไฟฟ้าที่ซื้อมาใช้ (Scope 2) เป็นหมวดที่องค์กรไทยส่วนใหญ่มีสัดส่วนสูงที่สุด แต่หลายองค์กรยังไม่รู้ว่า GHG Protocol กำหนดให้รายงานได้สองวิธีคู่กัน
Location-based — ค่าเฉลี่ยของกริด
วิธีแรกใช้ค่าการปล่อยเฉลี่ยของระบบไฟฟ้าประเทศ (grid emission factor) คูณหน่วยไฟที่ใช้ — สะท้อนความจริงทางกายภาพว่าไฟที่ไหลเข้าองค์กรมาจากโรงไฟฟ้าผสมทุกชนิดในกริด
Market-based — สะท้อนสัญญาซื้อขายพลังงาน
วิธีที่สองให้เครดิตกับการเลือกซื้อพลังงานสะอาด หากองค์กรถือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC / I-REC) หรือทำสัญญา PPA กับโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ไฟส่วนนั้นคิดค่าการปล่อยเป็นศูนย์ได้ — เป็นกลไกที่ทำให้การลงทุนพลังงานสะอาดปรากฏในรายงาน
ข้อควรระวัง
REC ต้องระบุปีผลิต แหล่งผลิต และต้อง retire แล้วเท่านั้น ห้ามนับซ้ำ และต้องรายงาน location-based ควบคู่เสมอ — ผู้ทวนสอบจะขอหลักฐานใบรับรองทุกใบ
“REC ที่ไม่ retire เป็นแค่กระดาษ — เครดิตต้องถูกใช้จึงจะนับได้”
ใน GCarbon
ระบบรองรับการบันทึก REC / I-REC ผูกกับรอบรายงาน คำนวณ Scope 2 ทั้งสองวิธีให้พร้อมกันโดยอัตโนมัติ และเก็บหลักฐานใบรับรองไว้ให้ผู้ทวนสอบเรียกดูในที่เดียว
เช็คลิสต์ก่อนซื้อ REC
ก่อนตัดสินใจซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียน ควรตรวจสี่ข้อ: ปีผลิต (vintage) ควรตรงหรือใกล้ปีที่รายงาน · แหล่งผลิตควรอยู่ในกริดเดียวกับที่ใช้ไฟ · ทะเบียนต้องน่าเชื่อถือและตรวจสอบการ retire ได้ · และปริมาณควรสัมพันธ์กับกลยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องซื้อครอบ 100% ตั้งแต่ปีแรก การทยอยเพิ่มสัดส่วนพร้อมแผนลดการใช้จริงให้ภาพที่น่าเชื่อถือกว่า
PPA ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า
สัญญาซื้อขายไฟตรงกับผู้ผลิตพลังงานสะอาด (Power Purchase Agreement) ให้ผลทาง market-based เหมือน REC แต่ผูกพันระยะยาวและช่วยให้เกิดกำลังผลิตใหม่จริง (additionality) — องค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลังคาโรงงานหรือพื้นที่ติดตั้งโซลาร์ ควรเทียบต้นทุนต่อ kWh ของ solar PPA กับการซื้อ REC รายปีเสมอ
ทีมงาน GCarbon
ผู้เชี่ยวชาญบัญชีคาร์บอน



